เดินไหว้พระ ๙ วัด รอบเกาะรัตนโกสินทร์: 1 Day Trip of 9 Temples in Bangkok

ถ้าคุณกำลังมองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เป็นศิลปะและวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ ไม่ควรพลาดที่จะเดินทางไปเยือนวัดต่าง ๆ ภายในเขตรอบเกาะรัตนโกสินทร์ กับเส้นทางท่องเที่ยวเดินไหว้พระ ๙ วัดในกรุงเทพฯ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองไทย ด้วยการเดินทางโดยรถไฟฟ้าและรถบัสสะดวกสบาย สามารถเดินทางได้ใน 1 วันเท่านั้น

วัดระฆัง (Wat Ratchanadda)

Eng sub) เดินไหว้พระ ๙ วัด รอบเกาะรัตนโกสินทร์ 1 day trip of 9 temples in  Bangkok !!! - YouTube

วัดระฆังเป็นวัดที่เป็นเอกลักษณ์ มีหอไตรเสียบที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของวัด เพราะฉนวนดอกเต็มไปด้วยระฆังที่มี 37 ตู้ ตั้วัดระฆังเป็นที่รู้จักกันในนามวัดปริวรรตน์มหาวิหาร เพราะสัญลักษณ์หอไตรเสียบที่หลอมรวมด้วยกัน เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครของวัดนี้ นอกจากนี้ วัดระฆังยังเป็นสถานที่เก็บรักษาเครื่องประดับศิลปะโบราณ และศิลปะศาสตร์ที่มีค่าในระดับโลก คุณสามารถเดินเล่นในวัดและชมวิวเมืองกรุงเทพฯจากหน้าหอไตรเสียบได้ นอกจากนี้ วัดระฆังยังเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การฝึกปฏิบัติการและการศึกษาศิลป์ไทย รวมถึงเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมต่าง ๆ

วัดเย็น (Wat Yan Nawa)

ไหว้พระ ๙ วัด รอบเกาะรัตนโกสินทร์ | แกลเลอรีที่โพสต์โดย Ribbin.Girlster |  Lemon8

วัดเย็นเป็นวัดที่มีความเป็นเอกลักษณ์เนื่องจากมีต้นไม้โบราณที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญที่เหลืออยู่จากยุคราชวงศ์สุโขทัย นอกจากนี้ วัดยังมีหอประทับน้ำในสไตล์จีน และปราสาททรงสี่เหลี่ยมที่มีความสวยงาม คุณสามารถเดินเล่นในวัดและชมสถาปัตยกรรมและวิวทิวทัศน์ได้ นอกจากนี้ วัดเย็นยังมีบริการจัดพิธีศพในสไตล์ฝรั่งเศสที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์

วัดอรุณราชวราราม (Wat Arun)

One day Trip ไหว้พระ 9 วัดสวย รอบเกาะรัตนโกสินทร์ - MIW Services

วัดอรุณราชวรารามหรือวัดเจดีย์เป็นวัดที่มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ เนื่องจากมีสิ่งก่อสร้างในลักษณะของเจดีย์สูง สูงถึง 79 เมตร และเป็นเจดีย์ที่มีความสวยงามสูงสุดในประเทศไทย วัดอรุณราชวรารามมีการประดิษฐ์เอาไว้ว่าเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระบรมฉายาลักษณ์ นอกจากนี้ วัดยังมีที่ประทับน้ำที่มีอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ทำให้มีการถ่ายภาพเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว

วัดพระแสง (Wat Phra Kaew)

1 Day Trip เที่ยววัดล่องเรือไหว้พระ 9 วัด รอบเกาะรัตนโกสินทร์

วัดพระแสงหรือวัดแก้วเป็นวัดที่มีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์หรือพระพุทธมหามณีแห่งชาติ ซึ่งเป็นศิลปกรรมสูงสุดและสิ่งสำคัญของชาติไทย นอกจากนี้ วัดพระแสงยังเป็นสถานที่เก็บรักษาศิลปะศาสตร์โบราณและศิลปะแสดงในช่วงราชวงศ์อยุธยาและราชวงศ์ศรีอยุธยา

อ่านเพิ่มเติม  ที่พัก @ ลำปาง | วิวดี ห้องพักสะอาด ต้องที่นี่เลยจ้า

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) (Wat Phra Sri Rattana Satsadaram (Wat Phra Kaew))

ไหว้พระ 9 วัดรอบเกาะรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร | Wonderfulpackage.com

วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้วเป็นวัดที่มีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์หรือพระพุทธมหามณีแห่งชาติ ที่นี่เป็นสถานที่ที่รวบรวมความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองไทย เพราะวัดพระแก้วมีองค์ประกอบอย่างหลากหลาย เช่น พระบรมสารีริกธาตุ เป็นพระธาตุที่มีความสำคัญอย่างมากและเป็นสิ่งสำคัญของวัด นอกจากนี้ ยังมีหอพระพุทธเจ้าที่มีศิลปะแสดงสร้างสรรค์และเป็นเอกลักษณ์เช่นกัน

วัดพระแก้วมหาวิหาร (Wat Benchamabophit Dusitvanaram)

เสริมดวงรับปี 2565 กับไหว้พระ 9 วัด รอบเกาะรัตนโกสินทร์ I เรื่องดีดีทั่วไทย  I 1-1-65 - YouTube

วัดพระแก้วมหาวิหารเป็นวัดที่มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ สถาปัตยกรรมเป็นส่วนสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดนี้ ที่นี่มีหอพระสิงห์ โด่งดังเนื่องจากได้ถูกสร้างด้วยวัสดุหินแกรนิตและสัมผัสไม้มะพร้าว และมีศิลปะศาสตร์อันงดงาม นอกจากนี้ ยังมีพระองค์พระราชทานชั้นจิตรลดา ซึ่งเป็นศิลปะแสดงสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยมและมีความสวยงาม

วัดประชาชื่น (Wat Paknam Phasi Charoen)

1 Day Trip เที่ยววัดล่องเรือไหว้พระ 9 วัด รอบเกาะรัตนโกสินทร์

วัดประชาชื่นเป็นวัดที่มีความสำคัญอย่างมากในการศึกษาธรรมชาติ วัดนี้เป็นที่รู้จักกันในนามวัดที่มีความสงบและเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะการปฏิบัติวิปัสสนาจากพระอาจารย์จินดาโพธิ์ นอกจากนี้ วัดประชาชื่นยังเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวชอบมาเยี่ยมชมเนื่องจากมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะแสดงและอุโมงค์ที่มีความสวยงาม

วัดสวนพระนคร (Wat Suan Phra Nakhon)

ไหว้พระ 9 วัดรอบเกาะรัตนโกสินทร์' [วันเดียว อิ่มทั้งบุญ อิ่มทั้งใจ  อิ่มทั้งพุง] - Pantip

วัดสวนพระนครเป็นวัดที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่เดินเล่นสวยงามที่มีสวนรอบวัด ซึ่งมีอาคารโบราณสร้างเป็นศิลปกรรมเช่นเดียวกับที่รอบวัดที่อยู่ในที่จอดเรือ

วัดสรวง (Wat Sra Pathum)

รีวิว เที่ยวไหว้พระ 9 วัด เกาะรัตนโกสินทร์ x กรุงเทพ เสริมมงคลเพิ่มแต้มบุญ  – HASHCORNER

วัดสรวงเป็นวัดที่เป็นที่รู้จักกันด้วยต้นโอ๊กที่มีอยู่มากมาย ที่นี่เป็นสถานที่เดินเล่นสวยงามและอยู่ใกล้กับชุมชนของชาวไทยโบราณ นอกจากนี้ ยังมีอาคารโบราณที่มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์

สำหรับการท่องเที่ยวเดินไหว้พระที่ 9 วัดรอบเกาะรัตนโกสินทร์ นั้น เป็นการท่องเที่ยวที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยความสวยงามของวัดและองค์ประกอบที่ต่างหากกัน โดยเฉพาะเมื่อเราเรียนรู้ประวัติศาสตร์และความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละวัด ทำให้เรามีความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและศิลปกรรมของไทยได้มากขึ้น และเป็นการช่วยส่งเสริมให้เราเป็นคนไทยที่รักษาศิลปวัฒนธรรมและศาสนาไทยได้ดียิ่งขึ้นเช่นกัน

(Eng sub) เดินไหว้พระ ๙ วัด รอบเกาะรัตนโกสินทร์ 1 day trip of 9 temples in Bangkok !!! [VIDEO]

ไหว้พระ 9 วัด
ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ. 2566 ,ค.ศ. 2023
0:00 INTRO
00:17 วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร(ภูเขาทอง)
04:05 วัดราชนัดดารามวรวิหาร(โลหะปราสาท)
06:41 วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร(เสาชิงช้า)
08:39 วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
09:30 วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
10:34 วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
13:25 วัดมหาธาตุยุวราษฎร์รังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร
14:41 วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)
16:40 วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)

ถ่ายภาพและคลิปวิดีโอด้วย samsung galaxy Z fold 3, gopro hero black 11

เนื้อหาของวิดีโอ (Eng sub) เดินไหว้พระ ๙ วัด รอบเกาะรัตนโกสินทร์ 1 day trip of 9 temples in Bangkok !!!

สวัสดีครับคลิปนี้พวกเราจะไปไหว้พระ 9 วัดรอบเกาะรัตนโกสินทร์ตอนรับปีใหม่ 566 โดยวัดเกือบทั้งหมดสามารถเดินเดินเดินเดินเดินถึงกันได้ต้องนั่งเรือวัดหนึ่ง แต่ว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้างไปชมกันครับ ผมเริ่มที่ตอนประมาณ 8 โมงกว่าที่ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ ออกจากท่าเรือแล้วเลี้ยวไปทางซ้ายเดินไปอีกไม่ไกลจะเป็นวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ซึ่งมีสถานที่สำคัญคือ พระบรมบรรพตหรือที่เรารู้จักกันว่าภูเขาทองครับภูเขาทองเป็นเจดีย์บนภูเขา จำลองเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ใช้เวลาก่อสร้างถึง 2 รัชกาลตั้งแต่รัชกาลที่ 3 จนแล้วเสร็จสมัยรัชกาลที่ 5 ครับ ด้วยความสูงกว่า 59 เมตรหรือเท่าตึกสูง 19 ชั้นภูเขาทองจึงถือเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้าง อธิบายจุดเด่นในบริเวณเขตนั้นครับ สำหรับชาวไทยขึ้นภูเขาทองฟรีส่วนชาวต่างชาติ 50 บาทครับ เปิดให้เข้าชมทุกวัน 7:00 น ถึง 19:00 น นะครับ โตขึ้นไปชมด้านบนกันครับ ต้องขึ้นบันได 344 ขั้นถึงจะถึงยอด ตามทางก็มีการตกแต่งให้ชมไปเพลินๆ มีน้ำตกก็เท่าที่สังเกตุจะเห็นรูปปั้น 12 นักษัตร เรียนอยู่ตามทางด้วยครับ บันไดไม่ชันเดินสบายมากๆครับ เดินแป๊บเดียวก็ถึงปีกุนแล้วไวมาก ตำบลมีคาเฟ่ด้วยแต่พวกเรามาเช้าเกินยังไม่เปิดเปิด 9:30 น ครับ โชคดีที่วันนั้นอากาศค่อนข้างดีลมพัดเย็นสบาย ไม่มีอะไรครับสบายๆมาก แวะตีระฆังนิดนึง มีของด้วยครับ เดินขึ้นไปด้านบนต่อกันครับ เริ่มเห็นวิวบ้านเรือนบ้างแล้ว เดิมผมเคยขึ้นภูเขาทองช่วงกลางคืนมาแล้วแต่ยังไม่เคยขึ้นภูเขาทองในช่วงเช้ามาก่อนวันอากาศดี ดีมากจริงๆครับ สวัสดีเปิดประสบการณ์ใหม่ๆอารมณ์ใหม่ๆในสถานที่เดิม เป็นการเปิดทริปไหว้พระ 9 วัดที่ดีมากๆครับ บรรยากาศที่ดีมากๆทำให้เราเดินทางเพิ่มขึ้นถึง ยอดแต่ไม่รู้สึกเหนื่อยไม่ได้น้อยครับ แต่มองวิวเมืองยามเช้าจากด้านบน ก็รู้สึกผ่อนคลายไปอีกแบบครับ เข้าไปด้านในไม่ต้องถอดรองเท้านะครับ ชุดนี้ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจากอินเดียครับ จะมีทางขึ้นไปเจดีย์บนยอดภูเขาทองเขียนว่าทางขึ้นสวรรค์ครับ ทางคดเคี้ยวนิดนึงครับถึงแล้ว ขึ้นมาด้านบนก็จะได้ชมวิวเมืองโดยรอบเห็นโลหะปราสาทซึ่งเป็นจุดหมายถัดไปของเราด้วยครับ ถ้าลงจะเป็นคนละทางกับทางขึ้นนะครับ ระวังหัวด้วยครับ นอกจากภูเขาทองก็เดินย้อนกลับมาทางท่าเรือ เดินผ่านป้อมพระสุเมรุไป ก็จะถึงวัดราชนัดดารามวรวิหารครับ วัดราชนัดดารามวรวิหารสร้างขึ้นโดยรัชกาลที่ 3 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระราชนัดดาหลานของพระองค์ ธุระแวะชมและกราบพระประธานในพระอุโบสถก่อน ต่อไปจะไปชมโลหะปราสาทซึ่งเป็นอาคารที่สำคัญของวัดกันครับ โลหะปราสาท มีลักษณะศิลปะสถาปัตยกรรมไทยเป็นปราสาท 7 ชั้นมียอด 37 ยอด มณฑปเพิ่งถูกบูรณะให้เป็นสีทอง แล้วเสร็จในปี 2560 นี้เอง สวยงามมากๆ ไปชมภายในกันครับ ชั้น 1 จะมีมุมที่วางเก้าอี้เผื่อไว้ให้คนมานั่งสมาธิ สวดมนต์นี้ไม่แน่ใจว่าตั้งใจหรือบังเอิญ พอดีกับภูเขาทองเป๊ะไหมครับ ทางประสาทจะมีสูงต้นใหญ่สูงถึงยอดปราสาทเป็นแกนกลางต่อไป บันไดเวียนขึ้น 67 ขั้น ชั้นถัดมาเป็นสถานที่เดินจงกรมทุกช่องหน้าต่างจะเห็นหน้าจั่วแบบเต็มตา สวยงามมากๆครับ เมื่อคืน ขึ้นไปถึงชั้นที่ 6 เราก็จะเห็นวิวโดยรอบได้ เช่น วิวภูเขาทองวัดสระเกศ ไปเสาชิงช้าเป็นต้น ชั้น 7 เป็นยอดภาษาที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุเอาไว้ครับ โลหะปราสาทเป็นสถานที่ที่ผมเคยผ่านไปมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่เคยเข้ามาชมสักครั้ง วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีจริงๆที่ได้เข้ามาสักที สวยงามมากๆจริงๆครับ สถานที่ถัดไปเราจะเดินผ่านศาลาว่าการกรุงเทพฯไปที่เสาชิงช้า ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารครับ ต้องข้ามทางม้าลายไปหลายครั้งหน่อยกว่าจะถึงเสาชิงช้า เสาชิงช้าเป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ประกอบพิธี ชิงช้าในศาสนาพราหมณ์ฮินดูปัจจุบันนี้กลายเป็น Landmark สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวไทยไปแล้ว วัดสุทัศนเทพวราราม เริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นวัดประจำของรัชกาลที่ 8 ซึ่งในวัดมีพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์อยู่ด้วย ต่อไปจะไปไหว้พระที่พระวิหารหลวง จุดธูปเทียนไหว้จากด้านนอกเดี๋ยวค่อยเข้าไปกราบพระด้านไหนครับ ภายในพระวิหารหลวงมีพระประธาน พระศรีศากยมุนี และจิตรกรรมฝาผนังที่วิจิตรงดงามมากๆ บริเวณรอบพระวิหารหลวงจะมองเห็นเจดีย์ศิลปะแบบจีนอยู่จำนวนมาก มีตุ๊กตาอับเฉาจีนตั้งอยู่ทั่วด้วยครับ เดินชมพระพุทธรูปที่ประดิษฐานภายในพระวิหารคดที่อยู่โดยรอบวิหารสวยงาม ครับ จริงๆภายในวัดสุทัศน์มีส่วนพระอุโบสถที่ยาวที่สุดในประเทศไทยด้วยน่าเสียดายที่เราไม่ได้แวะไปหา ถ่ายมาให้ชมครับ ออกจากวัดสุทัศน์เราก็มุ่งหน้าไปทางซ้ายเพื่อไปยังจุดหมายต่อไปคือพระพิศสถิตมหาสีมาราม รามราชวรวิหาร วัดนี้เป็นวัดที่รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเป็นวัดประจำรัชกาล มีลักษณะผสมระหว่างสถาปัตยกรรมไทยกับตะวันตก น่าเสียดายที่วันที่เราไปที่พระอุโบสถมีจัดงาน ส่วนภายในมีป้ายติดว่าปิดเนื่องจากโควิค 19 เราจึงไม่สามารถเข้าไปชมได้จึงได้แค่เดินชมความงามบริเวณรอบนอกเท่านั้นครับ ทางพระอุโบสถวิหารเจดีย์เวียงแก้วโดนตกแต่งด้วยลายกระเบื้องเคลือบกระจก มีรายละเอียดที่วิจิตรงดงามมากๆหากต้องการเสพความสวยงามของศิลปะไทย วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวัดที่พลาดไม่ได้จริงๆครับ วัดปลายสระอยู่ใกล้ๆกันแค่ออกจากวัดราชบพิธ เดินข้ามถนนข้ามสะพานไป กว่าจะถึง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามครับ วันนี้มีพื้นที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับวันอื่นๆที่ผ่านมาเดิมเคยเป็นส่วนกาแฟก่อนที่รัชกาลที่ จะโปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเป็นวัดประจำรัชกาล จุดเด่นทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญของวัดคือตัวพระวิหารและปราสาทเจดีย์ จะกรุหินอ่อนสีเทากับขาวเกือบทั้งหมดสวยงามมากๆครับ เข้าไปในพระวิหารจะมีพระประธานคือพระพุทธสิหิงค์หลังพระปฏิมากร ที่จำลองมาจากพระพุทธสิหิงค์ในพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ครับ ผมต้องขอสารภาพว่าผมไม่เคยรู้จักวัดนี้มาก่อนไม่ได้เข้ามาก็รู้สึกประทับใจมากๆ สวยมากจริงๆครับ เดินออกมาจากวัดราชประดิษฐ์ไปทางซ้าย จะพบพระราชวังสราญรมย์อยู่ทางขวา บอกไปตรงๆจะพบกำแพงพระบรมมหาราชวังซึ่งเป็นจุดหมายถัดไปของเรา แต่ต้องเดินอ้อมไปเข้าประตูทางหน้าสนามหลวงครับ ระหว่างเดินก็ชมวิวสองข้างทางไปด้วยเพลินๆ โชคดีที่อากาศไม่ร้อนมากครับ ในไหนก็ผ่านกระทรวงกลาโหมทั้งทีก็แวะถ่ายรูปนิดนึงครับ วัดพระแก้วมีระเบียบเรื่องควรแต่งกายให้มิดชิด ถ้ากระโปรงยาวขนาดนี้ไม่มีปัญหาแน่นอนครับ วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้วเป็นส่วนหนึ่งของความรัก มหาราชวังสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 เปิดให้เข้าชม 8:30 น ถึง 15:00 น ใครเข้าชมฟรีโดยแสดงบัตรประชาชนด้วย ไม่เดินเข้าเขตวัดจะพบหมอชีวกโกมารภัจจ์บิดาการแพทย์แผนโบราณ วันที่เราไปพระมณฑปปิดซ่อมแซมอยู่ ไปชมงานศิลปะส่วนอื่นๆก่อนนะครับมีอีกเยอะมากๆ พระศรีรัตนเจดีย์มีไว้ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เป็นตัวละครในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ มี 6 คู่ซึ่งวันที่ผมไปคู่นี้ฮอตมาก มีนักท่องเที่ยวขอให้ช่วยถ่ายรูปให้หลายคนครับ ปราสาทพระเทพบิดร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 9 ขนาบข้างด้วยพระ ส่วนเจดีย์ที่รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าให้สร้างเพื่ออุทิศถวายแด่พระราชบิดาและพระราชมารดา ระเบียงตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์เขียนด้วยสีฟ้า หุ่นมีทั้งหมด 178 ห้องภาพสวยงามมากครับ หอระฆัง ประดับด้วยกระเบื้องถ้วยกับกระเบื้องดินเผา ที่เห็นในปัจจุบันคือผ่านการบูรณะใหม่มาแล้วครับ ภายในพระอุโบสถจะมีพระแก้วมรกตเป็นพระประธาน เก็บภาพภายในพระอุโบสถไม่ได้นะครับ นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นหินโบราณอายุกว่า 100 ปีที่เพิ่งค้นพบตอนจะทำอุโมงค์ที่ โอเคป่ะแก้วเมื่อไม่นานมานี้ครับ มีทั้งชาวตะวันออกและตะวันตกประดับอยู่จังหวัดไหนครับ นายทับทิมกับความงดงามของวัดพระแก้วแล้วก็จะเดินไปยังจุดหมายทักไปครับ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหารสันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัย สมัยกรุงศรีอยุธยาพระอนุชาธิราชของรัชกาลที่ 1 ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์ ละครทรงสถาปนาวัดนี้ขึ้นเป็นพระอารามหลวงแห่งแรกในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ พระระเบียงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป 108 องค์ มีการสร้างเสริม 4 องค์รวม 112 องค์ เราต้องเข้าไปที่พระมณฑป ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์ทองศรีรัตนมหาธาตุ ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 พระปรางค์องค์ใหญ่ 2 องค์ด้านหน้าพระมณฑป สร้างในสมัยรัชกาลที่ 2 เป็นที่บรรจุอัฐิธาตุของพระสมเด็จพระสังฆราชครับ หลังจากผ่านไป 7 วันก็เป็นเวลาเที่ยงตรงเราจึงพักทานอาหารที่ครัวคุณกุ้งในราชนาวี สโมสรซึ่งอยู่ระหว่างทางเดินจากวัดมหาธาตุไปท่าเตียนพอดีจะไม่ได้ถ่ายคลิปมาครับเข้าไม่ได้ ตั้งใจจะรีวิวร้านบรรยากาศดีติดแม่น้ำเจ้าพระยา คุณภาพดีตามราคาครับ หลังจากทานอาหารเสร็จก็เป็นเวลาบ่ายโมงกว่าเราก็เดินไปท่าเตียนเพื่อจะขึ้นเรือข้ามฟากไปยังวัดอรุณ ขับเรือข้ามฟากเที่ยวละ 5 บาทต่อคนนะครับ ข้อเสียของการนั่งเรือข้ามฟากตอนบ่ายคือถ่ายวัดอรุณจะย้อนแสงหน่อยครับ วัดอรุณราชวรารามหรือวัดอรุณหรือวัดแจ้ง เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 ครับ เริ่มต้นเราจะมาที่โบสถ์น้อยซึ่งเป็นโบสถ์เก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ภายในประดิษฐานพระบรมรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสิน ตรงข้ามของพระรูป เป็นที่ตั้งของพระแท่นบรรทมสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งเชื่อกันว่าหากใครได้นอกใต้พระแท่นแล้วถือว่าเป็นการล้างอาถรรพ์ต่างๆให้หมดไปจาก จังหวัดอะไรครับ ต่อไปมาชมพระปรางค์ใหญ่ซึ่งถือได้ว่าเป็นใครไลค์ของที่นี่บนพระปรางค์กระดาษ ด้วยเครื่องกระเบื้องเคลือบและเครื่องถ้วยชามเบญจรงค์ที่นำเข้ามาจากจีนซึ่งมีลวด นายงดงามเป็นของเก่าแก่และหายากโดยปัจจุบันได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ หลังใหญ่แล้วเสร็จในช่วง 2560 ที่ผ่านมาสวยงามมากๆครับพลาดไม่ได้ ได้จริงๆ กลับมาเช้าหน่อยก็ดีตอนบ่ายเริ่มร้อนแล้ว ประตูทางเข้าพระอุโบสถจะมียักษ์วัดแจ้งที่มีชื่อเสียงยืนเฝ้าอยู่ ยักษ์สีขาวมีชื่อว่าสหัสดีช้า ยักษ์สีเขียวมีชื่อว่าทศกัณฐ์ครับ ต่อไปเราก็จะนั่งเรือกลับไปท่าเตียนเพื่อไปยังจุดหมายสุดท้ายของเราครับ ขากลับทุกคนนั่งหลบแดดกันหมดถ่ายรูปสบายเลยครับ จากท่าเตียนเดินย้อนกลับไปนิดเดียวก็จะถึงวัดโพธิ์ที่สุดท้ายแล้วครับ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามหรือวัดโพธิ์เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 1 ถือได้ว่าเป็นวัดที่มีพระเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย โดยมีจำนวนประมาณ 99 องค์ มีพระเจดีย์ที่สำคัญคือพระมหาเจดีย์สี่รัชกาลซึ่งเป็นพระมหาเจดีย์ เจดีย์ประจำรัชกาลที่ 1 2 3 และ 4 ครับ องค์พระเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 1 ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวตั้งอยู่ตรงกลางของหมู่พระมหาเจดีย์ ส่วนของรัชกาลที่ 2 จะเป็นสีขาว รัชกาลที่ 3 สีเหลือง รัชกาลที่ 4 สีน้ำเงินครับ มีรูปปั้นฤาษีดัดตนอยู่ตามจุดต่างๆของวัดครับ ในพระวิหารพระพุทธไสยาสน์หรือเรียกกันว่าพระนอนวัดโพธิ์ประดิษฐาน อยู่เป็นพระนอนที่มีขนาดสูง 15 เมตรยาว 46 เมตรนับว่ามีความ ความยาวเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทยพระบาทของพระพุทธไสยาสน์แต่ละข้างมีภาพมงคล 100 108 ประการเป็นลวดลายประดับมุกรายละเอียดเยอะมากๆ ทำบุญใส่บาตรก่อนจะจบทริปไหว้พระ 9 วัดอย่างสมบูรณ์ครับ จากวัดโพธิ์แล้วก็เดินไปที่สถานีรถไฟฟ้าสนามไชยเพื่อเดินทางกลับบ้านครับ รวมแล้วทริปนี้เดินเยอะเหมือนไปเที่ยวต่างประเทศเลยครับเหนื่อยแต่ก็สนุกมากครับ หาไม่ยากถ้าเนื้อหาเรื่องกินเรื่องเที่ยวดีๆแบบนี้สามารถกดปุ่มติดตามทางด้านขวามือได้นะครับถ้ามีข้อมูล ข้อมูลตรงไหนผิดพลาดก็ต้องขออภัยด้วยนะครับขอบคุณที่รับชมครับ

อ่านเพิ่มเติม  อาหารพื้นเมืองภูเก็ต อร่อยๆ รางวัลมิชชิน4ปีซ้อน!! | ร้านวันจันทร์
About the author

รัตนา มะลิเป็นผู้ที่หลงไหลในการเดินทางและอาหารในประเทศไทย เธอเก็บรวบรวมทุกสถานที่ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารและอาหารพิเศษที่มีอยู่ในประเทศไทย โดยเธอเขียนเพื่อแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เป็นจริงในประเทศไทยกับผู้อ่านของเธอ

Leave a Comment