คุกกี้ธัญพืชไร้แป้ง ทำอย่างไรให้กรอบนาน กรอบหอมมัน หวานนิดๆจากน้ำผึ้ง

คุกกี้ธัญพืชไร้แป้งเป็นขบวนการทำขนมอบที่น่าตื่นเต้น ไม่ต้องใช้แป้งสาหร่าย แต่ยังคงรสชาติครีมมากมาย ในบทความนี้เราจะสอนวิธีทำคุกกี้ธัญพืชไร้แป้งที่กรอบนาน กรอบหอมมัน และหวานนิดๆ โดยใช้น้ำผึ้งอร่อยๆ มาเริ่มกันเลย!

Table of Contents

คุกกี้ธัญพืชไร้แป้ง ทำอย่างไรให้กรอบนาน กรอบหอมมัน หวานนิดๆจากน้ำผึ้ง อร่อยทานเพลินมากๆค่ะ [VIDEO]

**อัตราส่วน**
อัลมอนด์สไลด์ 100 กรัม
อัลมอนด์สติ๊ก 100 กรัม
เมล็ดมะม่วงหิมพานต์แบบซีก 100 กรัม
เมล็ดทานตะวัน 60 กรัม
เมล็ดฟักทอง 70 กรัม
เมล็ดแตงโม 60 กรัม
โกจิเบอรี่อบแห้ง 60 กรัม
ลูกเกดดำ 100 กรัม
อัลมอนด์เต็มเมล็ด 40 เม็ด (ตกแต่งหน้า)
งาดำ 2 ชต.
งาขาว 2 ชต.
น้ำผึ้ง 4 ชต.
เกลือป่น 1/8 ชช.
ไข่ขาวเบอร์ 3= 2 ฟอง (แม่ซีใช้ไม่หมด)

วัตถุดิบ

คุกกี้ธัญพืช สูตรคุกกี้ธัญพืช เครื่องแน่น หวานน้อย หอม มัน กรอบ อร่อย Whole  grains cookies Recipe - YouTube

แต่นี้คือตารางวัตถุดิบสำหรับการทำคุกกี้ธัญพืชไร้แป้ง:

อ่านเพิ่มเติม  หมูโสร่ง บุพเพสันนิวาส: เทคนิคพันเส้นหมี่ไม่หลุดเวลาทอด
วัตถุดิบ ปริมาณ
อัลมอนด์สไลด์ 100 กรัม
อัลมอนด์สติ๊ก 100 กรัม
เมล็ดมะม่วงหิมพานต์แบบซีก 100 กรัม
เมล็ดทานตะวัน 60 กรัม
เมล็ดฟักทอง 70 กรัม
เมล็ดแตงโม 60 กรัม
โกจิเบอรี่อบแห้ง 60 กรัม
ลูกเกดดำ 100 กรัม
อัลมอนด์เต็มเมล็ด (ตกแต่งหน้า) 40 เม็ด
งาดำ 2 ช้อนโต๊ะ
งาขาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
ไข่ขาวเบอร์ 3 2 ฟอง

(Note: ปริมาณในตารางเป็นปริมาณที่ใช้ในการทำคุกกี้ธัญพืชไร้แป้ง)

ขั้นตอนการทำคุกกี้

สูตร คุกกี้ธัญพืช(ไร้แป้ง)คลีน โดย KaiTo Channel - Cookpad

แสดงขั้นตอนการทำคุกกี้ธัญพืชไร้แป้ง:

  1. เตรียมวัตถุดิบ: นำวัตถุดิบทั้งหมดมาเตรียมไว้ตามปริมาณและรายการในตารางวัตถุดิบ.
  2. การผสมวัตถุดิบ: ในชามใหญ่ ผสมอัลมอนด์สไลด์, อัลมอนด์สติ๊ก, เมล็ดมะม่วงหิมพานต์แบบซีก, เมล็ดทานตะวัน, เมล็ดฟักทอง, เมล็ดแตงโม, โกจิเบอรี่อบแห้ง, ลูกเกดดำ, อัลมอนด์เต็มเมล็ด, งาดำ, และงาขาว คนให้เข้าเนื้อเย็นเรียบร้อย.
  3. การเตรียมผ่าน: ครีมน้ำผึ้งโดยการผสมน้ำผึ้ง, น้ำมันมะกอก, วานิลลา, และเกลือป่นในกระทะกลาง นำไปต้มให้เดือดแล้วตักออกจากไฟ พักให้เย็นลง.
  4. การผสมครีม: เทครีมน้ำผึ้งลงในผสมกับวัตถุดิบในขั้นตอนที่ 2 คนให้เข้าเนื้อเรียบร้อยและเหนียวเนียน.
  5. การอบคุกกี้: จับแบนคุกกี้เล็ก ๆ จากสมาร์ทวิชใส่แม่พิมพ์และอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 12-15 นาที หรือจนกว่าคุกกี้จะสีทองแดง.
  6. การรอคุกกี้ให้เย็น: หลังจากคุกกี้อบเสร็จแล้ว ให้รอให้เย็นลงบนราชันหรือกระทะ.
  7. การเพิ่มรสชาติ: หากต้องการเพิ่มรสชาติ สามารถราดน้ำผึ้งบนคุกกี้หรือโรยเกลือป่นบางๆ ลงไป.
  8. การเก็บรักษาคุกกี้: นำคุกกี้ไปเก็บในซองละเอียดและให้สดนุ่มมากที่สุด.
อ่านเพิ่มเติม  หนึ่งวันทริป บางแสน กินอย่างเดียว เที่ยวไว้ก่อน!

เมื่อทำตามขั้นตอนทั้ง 8 แล้ว คุกกี้ธัญพืชไร้แป้งของคุณก็พร้อมที่จะให้คนรู้ส味และเพลิดเพลินกับความกรอบนาน กรอบหอมมัน และหวานนิดๆ จากน้ำผึ้งแล้ว!

การเสิร์ฟคุกกี้ธัญพืชไร้แป้ง

🍪 ชวนมาทำ คุกกี้ธัญพืชไร้แป้ง คุกกี้ดีดีเพื่อสุขภาพค่ะ 🥳 - Pantip

นี่คือวิธีการเสิร์ฟคุกกี้ธัญพืชไร้แป้งอย่างสวยงาม:

  1. ใส่ในจานเสิร์ฟ: นำคุกกี้ธัญพืชไร้แป้งที่คุณทำมาและใส่ลงในจานเสิร์ฟ นี่คือขั้นตอนพื้นฐานที่ทำให้คุกกี้ดูน่ารับประทาน.
  2. เสิร์ฟพร้อมกับชาหรือกาแฟ: คุกกี้ธัญพืชไร้แป้งเป็นขนมอบที่เหมาะสำหรับเสิร์ฟกับชาหรือกาแฟ นำมาเสิร์ฟพร้อมกับเครื่องดื่มที่คุณชอบเพื่อประทับใจคนรับประทาน.
  3. ตกแต่งด้วยน้ำผึ้งและเกลือ: หากต้องการเพิ่มรสชาติเสริม ลองราดน้ำผึ้งบนคุกกี้หรือโรยเกลือป่นบางๆ ลงไป จะทำให้คุกกี้มีรสชาติที่หลากหลายและน่าตื่นเต้นมากขึ้น.
  4. จัดเสิร์ฟแบบสวยงาม: ไม่ลืมจัดรายล้อมคุกกี้ในจานเสิร์ฟให้ดูน่าตื่นตาตื่นใจด้วย สามารถใช้ใบไม้มะลิหรือกระดาษอาร์ตในการตกแต่ง.
  5. เสิร์ฟกับผู้รับประทานที่คุณรัก: คุกกี้ธัญพืชไร้แป้งเป็นขนมที่เหมาะสำหรับแบ่งปันและเสิร์ฟกับคนรัก น่าจะทำให้ทุกคนยิ้มและประทับใจกับความอร่อยของคุณ!

เมื่อคุกกี้ถูกเสิร์ฟและทุกคนได้สนุกกับรสชาติที่อร่อยแล้ว อาจต้องยกขาขึ้นและพูดว่า “ขอบคุณที่ทำคุกกี้ธัญพืชไร้แป้งที่อร่อยมาก!”

การเปรียบเทียบน้ำผึ้งและน้ำมันมะกอกการเปรียบเทียบน้ำผึ้งและน้ำมันมะกอก

สูตรคุกกี้ธัญพืช ขนมอร่อยทำง่ายได้สุขภาพเต็มชิ้น

การเปรียบเทียบน้ำผึ้งและน้ำมันมะกอกเป็นสิ่งที่น่าสนใจเมื่อเราพูดถึงการทำคุกกี้ธัญพืชไร้แป้งหรืออาหารอื่น ๆ ที่มีการใช้สองส่วนประกอบเหล่านี้ในกรรมวิธีการ.

น้ำผึ้งเป็นสารหวานที่มาจากธรรมชาติ มีรสชาติหวานและอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ น้ำผึ้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ นอกจากนี้ น้ำผึ้งยังมีคุณสมบัติทางการแพทย์ ซึ่งมีฤทธิ์ต้านเชื้อราและแบคทีเรีย รวมถึงสามารถช่วยรักษาไอและบวมในคอได้ด้วย อย่างไรก็ตาม น้ำผึ้งมีแคลอรี่สูง และควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม.

น้ำมันมะกอกเป็นไขมันสกัดจากเนื้อมะกอก มีกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้น น้ำมันมะกอกมีคุณสมบัติที่ดีในการทำคุกกี้ และอาหารทอด เนื่องจากมีจุดเดือดสูงและเป็นไขมันที่มีโครงสร้างเรียบ น้ำมันมะกอกยังมีกรดไขมันอิ่มตัวที่ดีสำหรับสุขภาพหัวใจ แต่ต้องระมัดระวังในการบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมเนื่องจากมีแคลอรี่สูง.

ดังนั้น การเลือกใช้น้ำผึ้งหรือน้ำมันมะกอกขึ้นอยู่กับวัตถุดิบและคุณสมบัติที่คุณต้องการในการทำอาหาร น้ำผึ้งมีรสชาติหวานและคุณค่าทางโภชนาการสูง ในขณะที่น้ำมันมะกอกมีกลิ่นหอมและเป็นไขมันที่เหมาะสำหรับการทอด คุณสามารถใช้ทั้งสองอย่างให้เหมาะสมกับการทำอาหารของคุณเพื่อให้ได้รสชาติและคุณค่าทางโภชนาการที่ดีที่สุด.

วิธีเพิ่มความหอมในคุกกี้

คุกกี้ธัญพืชไร้แป้ง – ยะกำกิ๋นอินบางกอก

เพิ่มความหอมในคุกกี้ธัญพืชไร้แป้งไม่ยากเลย! นี่คือวิธีที่คุณสามารถใช้เพื่อเพิ่มความหอมในคุกกี้ได้อย่างง่ายๆ:

  1. ใช้น้ำมันมะกอกคุณภาพดี: การเลือกใช้น้ำมันมะกอกคุณภาพดีจะมีกลิ่นหอมของมะกอกที่แท้จริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหอมในคุกกี้ของคุณอย่างมาก.
  2. เพิ่มสมุนไพรหรือเครื่องปรุงรส: คุณสามารถเพิ่มความหอมในคุกกี้โดยการเติมสมุนไพรหรือเครื่องปรุงรสเพิ่มเติม เช่น เอาผิวส้มมะนาวหรือผิวมะกรูดบางชิ้นมาผสมในแป้งหรือเติมรสชาติด้วยวานิลลาเล็กน้อย.
  3. ราดน้ำผึ้งบนพื้นผิวคุกกี้: หลังจากคุกกี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ลองราดน้ำผึ้งบนพื้นผิวคุกกี้ในขณะที่คุกกี้ยังอุ่นอยู่ น้ำผึ้งจะเลือนลงและเปรี้ยวหวานเพิ่มความหอมให้กับคุกกี้.
  4. ใช้วิธีอบเรียนบนพิมพ์: การอบคุกกี้บนพิมพ์ที่มีร่องรอยหรือลายสวย ๆ จะช่วยให้คุกกี้มีพื้นผิวที่ไม่เนียนเมื่อคุกกี้เย็น ซึ่งจะช่วยเป็นทางการในการรักษาความหอมของคุกกี้.
  5. ใช้ส่วนประกอบที่มีกลิ่นหอมเติม: เลือกใช้สมุนไพรหรือส่วนประกอบอื่นที่มีกลิ่นหอมเติม เช่น วานิลลา, มะนาว, หรือผลไม้แห้ง เพื่อเพิ่มความหอมในคุกกี้.

การเพิ่มความหอมในคุกกี้เป็นวิธีที่ดีในการทำให้คุกกี้ของคุณมีรสชาติและกลิ่นหอมที่น่าติดใจมากยิ่งขึ้น ลองผสมและทดลองใช้วิธีต่างๆ เพื่อค้นพบความหอมที่คุณชื่นชอบในคุกกี้ของคุณเอง!

วิธีเพิ่มความกรอบในคุกกี้

คุกกี้ธัญพืชไร้แป้ง : เชฟนุ่น ChefNuN Cooking - YouTube

เพิ่มความกรอบในคุกกี้ธัญพืชไร้แป้งไม่ยากเลย! นี่คือวิธีที่คุณสามารถใช้เพิ่มความกรอบในคุกกี้ได้อย่างง่ายๆ:

  1. เพิ่มปริมาณธัญพืช: ในการทำคุกกี้ธัญพืชไร้แป้ง คุณสามารถเพิ่มปริมาณธัญพืชลงในสูตร เพื่อให้คุกกี้มีโครงสร้างที่มากขึ้นและกรอบมากยิ่งขึ้น ลองเพิ่มปริมาณเมล็ดมะม่วงหิมพานต์หรือเมล็ดถั่วลงในสูตรของคุณ.
  2. ความหนาของคุกกี้: ลองปรับความหนาของคุกกี้โดยการทำให้คุกกี้หนาขึ้นก่อนการอบ นี่คือวิธีที่จะช่วยเพิ่มความกรอบในบริเวณเนื้อภายในของคุกกี้.
  3. เวลาการอบ: การอบคุกกี้นานขึ้นอาจช่วยเพิ่มความกรอบ ลองอบคุกกี้เป็นเวลานานขึ้นเพื่อให้คุกกี้มีโอกาสแห้งและเป็นกรอบมากขึ้น.
  4. การคลุกหรือหมัก: หลังจากที่คุกกี้อบเสร็จสมบูรณ์ ลองคลุกหรือหมักคุกกี้ในน้ำผึ้งหรือน้ำตาลทรายบางๆ โดยราดหน้าคุกกี้ด้วยน้ำผึ้งหรือน้ำตาลทรายและนำไปอบอีกครั้ง เพื่อเพิ่มความกรอบและรสชาติ.
  5. อบในตู้แห้ง: หลังจากคุกกี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ลองเก็บคุกกี้ในตู้แห้งอัดแน่นเพื่อรักษาความกรอบของคุกกี้.
  6. ใช้วิธีการทอด: หากคุณต้องการความกรอบที่สุด ลองทอดคุกกี้แทนการอบ การทอดจะทำให้คุกกี้มีพื้นผิวกรอบมากยิ่งขึ้น.
อ่านเพิ่มเติม  ยำทะเล: สุดยอดอาหารทะเลสไตล์ไทยที่น่าลิ้มลอง

การใช้วิธีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความกรอบในคุกกี้ของคุณอย่างมีเสน่ห์ ลองผสมและทดลองใช้วิธีต่างๆ เพื่อค้นพบความกรอบที่คุณชื่นชอบในคุกกี้ของคุณเอง!

วิธีเก็บรักษาคุกกี้ให้คงรสชาตินาน

รวมร้านคุกกี้ธัญพืช เจ้าเด็ด อร่อย อัปเดต 2023 | ร้านคุกกี้ธัญพืชใกล้ฉัน

การเก็บรักษาคุกกี้ให้คงรสชาตินานนั้นเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้คุกกี้ยังคงมีความอร่อยและกรอบเมื่อคุณต้องการรับประทานในภายหลัง นี่คือวิธีเก็บรักษาคุกกี้ให้คงรสชาตินาน:

  1. ใช้ซองกระดาษหรือซองพลาสติก透明: คุกกี้ควรเก็บในซองกระดาษหรือซองพลาสติกที่มีปิดสนิท หรืออาจใช้ซองพลาสติก透วน้องที่มีราคาใกล้เคียงกับหลอดสูบ เพื่อป้องกันคุกกี้ไม่ให้มีความสัมผัสกับอากาศและความชื้น.
  2. เพิ่มแผ่นหลังคุกกี้: หากคุกกี้มีรายล้อมที่สามารถขาดความกรอบได้ง่าย ลองเพิ่มแผ่นหลังคุกกี้เป็นกระดาษหรือฟอยล์บอร์ดเพื่อป้องกันความกรอบ.
  3. เก็บในที่แห้งและเย็น: คุกกี้ควรเก็บในที่แห้งและเย็น เพราะความชื้นและความร้อนสามารถทำให้คุกกี้เปื่อยและสูญเสียความกรอบ.
  4. ไม่รวมรส: หากคุกกี้มีรสชาติที่แตกต่างจากคุกกี้อื่น ๆ ควรเก็บแยกจากคุกกี้อื่น เพื่อป้องกันการถูกติดรส.
  5. ใช้ถุงสแล็กสารอาหาร: ถ้าคุกกี้มีความชื้นมาก คุณสามารถใส่ถุงสแล็กสารอาหารหรือแผ่นดูดความชื้นลงไปในซองเพื่อรักษาความกรอบ.
  6. เคลือบด้วยผลิตภัณฑ์ป้องกันคุกกี้: หากคุกกี้มีหน้าฟูหรือเติมน้ำผึ้งหน้าคุกกี้เมื่อร้อน คุณสามารถเคลือบด้วยช็อคโกแลตหรือช็อคโกแลตขาวละเลาะเพื่อป้องกันความกรอบ.

การทำตามขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้คุกกี้ของคุณคงคุณภาพและรสชาติไว้ได้นาน ทำให้คุณสามารถสนุกกับคุกกี้อร่อยที่เก็บไว้ได้ในระยะเวลายาวนาน!

สรุป

ในบทความนี้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการทำคุกกี้ธัญพืชไร้แป้งที่กรอบนานและอร่อยมาก โดยใช้วัตถุดิบที่หลากหลาย เราได้เรียนรู้ถึงขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ การผสมคนอง การอบคุกกี้ และวิธีการเสิร์ฟอย่างสวยงาม นอกจากนี้เรายังได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีเพิ่มความหอมและความกรอบในคุกกี้ และวิธีเก็บรักษาคุกกี้ให้คงรสชาตินาน คุณสามารถทำคุกกี้ธัญพืชไร้แป้งด้วยตัวเองและเพลิดเพลินกับรสชาติที่อร่อยและความกรอบที่คุณชื่นชอบได้ตลอดเวลา!

FAQs

ควรใช้วัตถุดิบแทนน้ำผึ้งสำหรับคนที่ไม่รับประทานน้ำผึ้งได้หรือไม่?

ใช่, คุณสามารถใช้น้ำผึ้งแทนน้ำผึ้งในสูตรคุกกี้ได้ แต่ควรลดปริมาณในสูตรเนื่องจากน้ำผึ้งมีรสหวานและความหนืดที่แตกต่างจากน้ำผึ้ง.

สามารถเพิ่มรสชาติของคุกกี้ด้วยวนิลลาหรือสารกลิ่นอื่นได้หรือไม่?

ใช่, คุณสามารถเพิ่มรสชาติของคุกกี้ด้วยวานิลลาหรือสารกลิ่นอื่นที่คุณชื่นชอบ เพียงเพิ่มในสูตรตามความชอบของคุณ.

มีวิธีทำคุกกี้ธัญพืชไร้แป้งให้เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นเจ (Vegan) หรือไม่?

มีวิธีทำคุกกี้ธัญพืชไร้แป้งเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นเจ โดยสามารถใช้น้ำผึ้งแทนน้ำผึ้งหรือตามวัตถุดิบที่เป็นเจได้ และใช้น้ำมันมะกอกคุณภาพดีที่ไม่มีส่วนประกอบแผ่นหรือสารที่มาจากสัตว์.

คุกกี้ธัญพืชไร้แป้งสามารถเก็บไว้นานเท่าไรได้บ้าง?

คุกกี้ธัญพืชไร้แป้งสามารถเก็บไว้นานได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ในภายในซองกระดาษหรือซองพลาสติกที่ปิดสนิท หากคุณต้องการเก็บนานขึ้นควรใช้ถุงสแล็กสารอาหารหรือแผ่นดูดความชื้นเพิ่มเติม.

สามารถใช้แทนส่วนประกอบบางอย่างในสูตรได้หรือไม่?

ใช่, คุณสามารถปรับเปลี่ยนส่วนประกอบในสูตรคุกกี้ธัญพืชไร้แป้งตามความชอบและความต้องการของคุณ แต่ควรระวังว่าการเปลี่ยนแปลงอาจส่งผลให้รสชาติและความกรอบของคุกกี้เปลี่ยนไปบ้าง.

About the author

รัตนา มะลิเป็นผู้ที่หลงไหลในการเดินทางและอาหารในประเทศไทย เธอเก็บรวบรวมทุกสถานที่ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารและอาหารพิเศษที่มีอยู่ในประเทศไทย โดยเธอเขียนเพื่อแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เป็นจริงในประเทศไทยกับผู้อ่านของเธอ

Leave a Comment